หน้า : พิมพ์หน้านี้ - Case Study 1: ลงทุนอสังหา ต้องกู้สินเชื่ออย่างไร ?

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องความรู้ => ข้อความที่เริ่มโดย: postterrabkk ที่ 17 มิ.ย. 19, 15:16 น

Case Study 1: ลงทุนอสังหา ต้องกู้สินเชื่ออย่างไร ?


กระทู้: Case Study 1: ลงทุนอสังหา ต้องกู้สินเชื่ออย่างไร ?
เริ่มกระทู้โดย: postterrabkk ที่ 17 มิ.ย. 19, 15:16 น
ในปัจจุบันนี้ มีผู้ให้ความสนใจการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์มากมาย บางคนจำเป็นต้องยื่นเรื่องขอสินเชื่อธนาคาร เพราะมีเงินทุนไม่เพียงพอต่อการลงทุน ขณะที่บางคนตั้งใจขอสินเชื่อธนาคาร แม้จะมีความพร้อมทางการเงินแล้วก็ตาม ดูเหมือนการยื่นเรื่องขอสินเชื่อธนาคารจะมีนัยยะบางอย่าง ที่สำคัญกว่าทำธุรกรรมทางการเงินทั่วไป แต่ด้วยโปรโมชั่นที่มีให้เลือกมากมายจากหลากหลายธนาคาร หลายท่านอาจสับสนว่า แล้วการกู้แบบไหนสามารถสร้างความคุ้มค่าต่อการลงทุนที่สุด

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่ารูปแบบ บ้านมือสอง คอนโด หรือ ทาวน์เฮ้าส์ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนในรูปแบบ ค่าเช่ากลับคืนมา ที่เรียกว่า Passive Income นั้น มีหนึ่ง keyword สำคัญที่ควรใส่ใจ คือ “กระแสเงินสด (Cash Flow)” เป็นสิ่งที่แสดงถึง การได้มาและการใช้จ่ายเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดของบริษัทหรือบุคคลที่ทำการลงทุน
 
โดยเงินที่ไหลเข้าสู่บริษัท ถือว่าเป็นรายรับ จะเรียกว่า Cash flow in ส่วนเงินที่ไหลออกจากบริษัท จะเป็นรายจ่าย เรียกว่า Cash flow out นั้นแสดงว่า การยื่นเรื่องขอสินเชื่อธนาคาร อาจเป็นหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อกระแสเงินสดในการลงทุนอย่างแน่นอน
 
TerraBKK Research ขออธิบายด้วยความเข้าใจอย่างง่าย โดยสมมติเหตุการณ์ทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ดังนี้
 
"นายนักคิด สนใจลงทุนคอนโดมือสอง ค่อนข้างมีอายุ ในย่านรัชดา-ห้วยขว้าง ราคาประมาณ 2 ล้านบาท. เพื่อปล่อยเช่าเดือนละ 12,000 บาท และตั้งใจที่จะขายออกหลังจากถือครองครบ 5 ปี นายนักคิด ไม่มีเงินทุนเพียงพอ จึงทำการศึกษา 3 ทางเลือก ก่อนการยื่นเรื่องขอสินเชื่อธนาคาร ดังนี้ 1. กู้ระยะสั้น ( 5 ปี ) จะได้เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุด แต่ต้องยอมรับอัตราผ่อนชำระต่อเดือนสูง 2. กู้ในระยะที่ค่าผ่อนชำระเท่ากับค่าเช่า จะได้นำเงินค่าเช่ามาจ่ายธนาคารพอดี 3. กู้ระยะยาว (30 ปี ) จะได้มีอัตราผ่อนชำระต่อเดือนต่ำและได้เงินส่วนต่างเข้ากระเป๋า แต่ต้องยอมรับดอกเบี้ยรวมจำนวนสูง "
 
เพื่อให้การอธิบายมุ่งไปยังความแตกต่างใน 3 ทางเลือก จึงขอควบคุมรายละเอียดอื่นให้เป็นไปในทางเดียวกัน ดังนี้ (ทั้งหมดเป็นตัวเลขสมมติโดยประมาณ อาจแตกต่างจากเหตุการณ์จริงได้ตามปัจจัยอื่น)
 
  (http://image.free.in.th/v/2013/il/190617081154.jpg) (http://picture.in.th/id/3e2624e9e0e957da018cd6288cc13eb0)
 
เมื่อนำรายละเอียดมาศึกษา TerraBKK Research ขออธิบายเป็นแผนภาพ ดังนี้
 
(http://image.free.in.th/v/2013/ip/190617081331.png) (http://picture.in.th/id/2b6a5020ae9dba1c490925e99a9ca443)
 
จากแผนภาพ อาจตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ 1 เพราะได้ net cash flow สูงที่สุด แต่นั้นต้องใช้เงินทุนตนเองผ่อนชำระธนาคารครบเต็มจำนวน ในขณะที่ทางเลือกที่ 2,3 ยังไม่ครบกำหนดสัญญา จึงสามารถนำเงินที่ได้จากการขายคอนโดมาปลดหนี้ธนาคารได้ โดยไม่ต้องใช้เงินทุนตนเองเหมือนทางเลือกที่ 1
 
ดังนั้น TerraBKK Research ขอแนะนำ “นายนักคิด” ว่า การลงทุนไม่ควรมองผลตอบแทนสุดท้ายเพียงด้านเดียว ควรให้ความสำคัญกับการประเมินการลงทุนทางการเงิน ด้วยอัตราส่วนทางการเงิน เพื่อประกอบการตัดสินใจ
 
กรณีนี้ นายนักคิดใช้ IRR (Internal rate of return ) เป็นตัวแสดงถึงอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน จะพบค่า IRR สูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อขอสินเชื่อระยะยาว จึงควรเลือกทางเลือกที่ 3 และเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงที่สุด จึงควรพิจารณาควบคู่กับ ROE (Return On Equity) ว่าเงินลงทุน(เฉพาะทุนตัวเอง)สามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนมาได้เท่าไหร่ ซึ่งจะพบค่า ROE ในทางเลือกที่ 2 ,3 สูงกว่าทางเลือกที่ 1 กว่าเท่าตัว ขณะที่เลือกทางเลือกที่ 2 ซึ่งมีค่าไม่ต่างกับทางเลือกที่ 3 มากนัก
 
ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่า การขอสินเชื่อระยะยาวมีส่วนช่วยให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่าระยะสั้น เพราะเป็นการคำนึงถึงสัดส่วนเงินลงทุนของตนเองอย่างแท้จริง
 
ท้ายนี้ Terra Research ขอแนะนำว่า การขอสินเชื่อธนาคาร เสมือนเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรหรือเงินทุนคนอื่น ที่เรียกว่า OPM ( Other People’s Money) แม้จะช่วยแบ่งเบาสัดส่วนเงินลงทุนของตนเองได้ แต่ก็ถือเป็นดาบสองคมเช่นกัน
 
หากเกิดกรณีห้องว่างไม่มีผู้เช่า นอกจากผู้ลงทุนจะขาดรายได้แล้ว ยังต้องแบกรับภาระต้นทุนพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดไว้เอง อาจเปลี่ยนสถานการณ์จากรายรับกลายเป็นรายจ่ายด้วยภาระหนี้ก้อนโตก็เป็นได้ ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนและตัดสินใจอย่างรอบคอบทุกครั้งก่อนการลงทุน
 

 
(http://image.free.in.th/v/2013/ii/190617081348.jpg) (http://picture.in.th/id/1df4fb1834e21c2b05ed88115c1bad72)
 

6 เคล็ดลับ สู่การลงทุนอสังหาฯให้ “ทวีมูลค่า” 1. เลือกทรัพย์ทำเลดีใกล้แหล่งงาน/ชุมชุนเคล็บลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ “ทำเล" เป็นที่รู้กันดีว่าทำเลมีอิทธิพลถึงขั้นชี้เป็นชี้ตายว่าทรัพย์ชิ้นนั้นจะรุ่งหรือจะร่วงเลยทีเดียว ทำเลที่ดีจะทำให้อสังหาริมทรัพย์ขายคล่อง ขายง่าย หาผู้เช่าได้เร็ว

6 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก่อนอายุ 30 การลงทุนยิ่งเริ่มต้นไว ยิ่งได้ผลตอบแทนเร็ว วัยที่เหมาะกับการลงทุนมากที่สุด คือ วัยที่จบการศึกษาและมีงานมีการทำเรียบร้อย นั่นคือช่วงอายุระหว่าง 25 - 30 ปี แต่ในวัยดังกล่าว มักเป็นวัยที่มีสิ่งยั่วยุสูง เพราะเพิ่งเริ่มต้นสัมผัสอำนาจของเงินและรายได้ด้วยตัวเองรายได้ของคนในวัยนี้จึงมักละลายไปกับสังคม - เทอร์ร่า บีเคเค

บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้


อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com - https://www.terrabkk.com/news/12970