หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - พระบรมราโชวาท และเพิ่ม script สำหรับ IE 10 – 11 ค่ะ

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ => ข้อความที่เริ่มโดย: lukey2009 ที่ 27 ส.ค. 19, 15:26 น

พระบรมราโชวาท


กระทู้: พระบรมราโชวาท
เริ่มกระทู้โดย: lukey2009 ที่ 27 ส.ค. 19, 15:26 น
“การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้ และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๑


กระทู้: พระบรมราโชวาท
เริ่มกระทู้โดย: sorono55 ที่ 5 ก.ย. 19, 13:41 น
-ทูลกระหม่อมฟ้าชายมีพระสุรเสียงอันดัง ซึ่งมักจะได้ยินก่อนเห็นพระองค์เสมอ ทรงร่าเริงแจ่มใส เมื่ออยู่ในหมู่มหาดเล็กน้อย ๆ ราชองครักษ์หรือกรมวัง ซึ่งเป็นผู้ชายด้วยกัน
- เมื่อเสด็จฯ ลงยังที่เก็บรถจักรยานก็จะทรงเลือกไว้คันหนึ่ง และจัดขบวนให้ผู้ตามเสด็จว่า จะให้คนใดนั่งคันไหน ส่วนพระพี่เลี้ยงหญิงนั้น ทรงสงสารที่ต้องเหนื่อยวิ่งตาม ก็ทรงอนุญาตให้นั่งรถแบตเตอรี่ ซึ่งมีตกค้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และทูลกระหม่อมฟ้าชายก็ยังโปรดขับรถคันนี้อยู่เสมอ
-หากเป็นวันปิดภาคเรียน หรือวันเสาร์อาทิตย์ เสวยเครื่องเช้าแล้วก็จะเสด็จลงมาเพื่อทรงเล่นอีก ช่วงนี้โปรดที่จะเสด็จไปเล่นที่ “ค่าย 4 ชาย” ค่ายนี้ ทูลกระหม่อมฟ้าชายได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายมาเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งตรงกับวันราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีการจัดเลี้ยงฉลองที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ในวโรกาสที่ทรงแปรพระราชฐานไปประทับ ศูนย์ฝึกกำลังทดแทนค่ายธนะรัชต์ ปราณบุรี ได้มาร่วมงานออกร้านด้วย
   โดยสร้างเป็นรูปค่าย มีหอทำด้วยไม้ไผ่กับแฝก เป็นที่ถูกพระทัยทูลกระหม่อมฟ้าชาย ซึ่งโปรดเสด็จไปทอดพระเนตร เมื่อเสร็จงานจึงทรงขอจากนายทหารผู้บัญชาการค่าย เพื่อนำมาปลูกในสวนจิตรฯ เป็นที่ทรงพระสำราญต่อไป
(https://lifestyle.campus-star.com/app/uploads/2016/10/Crown-Prince-of-Thailand-43.jpg)
-เมื่อเสด็จถึงพระนคร ทูลกระหม่อมฟ้าชายก็ทรงขอพระราชทานอนุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อสร้างค่ายขึ้นในบริเวณสนามตอนหนึ่ง โดยคงรูปหอไว้เหมือนเดิมส่วนหลังคาหอที่เสียหายไปบ้าง ก็ประทานเงินส่วนพระองค์ที่ทรงได้รับพระราชทานในโอกาสที่ทรงทำความดีเป็นพิเศษ ให้จัดซื้อเสื่อลำแพนมามุงเสียใหม่
-เมื่อค่ายเสร็จเรียบร้อยก็ทรงเริ่มสนุกโดยสมมติให้มีการจุดไฟเผาค่าย แล้วทูลกระหม่อมฟ้าชายก็ทรงทำการดับเพลิงอย่างขะมักเขม้น พระดำรินี้ เกิดขึ้นเมื่อกองตรวจดับเพลิงร่วมกับบริษัทโตโยต้าสั่งซื้อรถดับเพลิงขนาดเล็กทูลเกล้าฯ ถวายในวันคล้ายวันประสูติ
(https://lifestyle.campus-star.com/app/uploads/2016/10/Crown-Prince-of-Thailand-39.jpg)


กระทู้: พระบรมราโชวาท
เริ่มกระทู้โดย: lukey2009 ที่ 26 พ.ย. 19, 13:48 น
- พระราชดำริ "ทฤษฎีใหม่" เป็นแนวทางหรือหลักการในการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาคือที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการดำเนินการทฤษฎีใหม่ ได้พระราชทานขั้นตอนดำเนินงาน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ทฤษฎีใหม่ขั้นต้น สถานะพื้นฐานของเกษตรกร คือ มีพื้นที่น้อย ค่อนข้างยากจน อยู่ในเขตเกษตรน้ำฝนเป็นหลัก โดยในขั้นที่ 1 นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสถียรภาพของการผลิต เสถียรภาพด้านอาหารประจำวัน ความมั่นคงของรายได้ ความมั่นคงของชีวิต และความมั่นคงของชุมชนชนบท เป็นเศรษฐกิจพึ่งตนเองมากขึ้น มีการจัดสรรพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ให้แบ่งพื้นที่ ออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตราส่วน 30:30:30:10 ซึ่งหมายถึง พื้นที่ส่วนที่หนึ่งประมาณ 30% ให้ขุดสระเก็บกักน้ำ เพื่อใช้เก็บกักน้ำฝนในฤดูฝนและ ใช้เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ำและพืชน้ำต่าง ๆ (สามารถเลี้ยงปลา ปลูกพืชน้ำ เช่น ผักบุ้ง ผักกะเฉด ฯ ได้ด้วย) พื้นที่ส่วนที่สองประมาณ 30% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝน เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันในครัวเรือนให้เพียงพอตลอดปี เพื่อตัดค่าใช้จ่ายและสามารถพึ่งตนเองได้ พื้นที่ส่วนที่สามประมาณ 30% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน หากเหลือบริโภคก็นำไปจำหน่าย และพื้นที่ส่วนที่สี่ประมาณ 10% ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ และโรงเรือนอื่น ๆ (ถนน คันดิน กองฟาง ลานตาก กองปุ๋ยหมัก โรงเรือน โรงเพาะเห็ด คอกสัตว์ ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัวหลังบ้าน เป็นต้น)

- พระราชดำริ ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า เมื่อเกษตรกรเข้าใจในหลักการและได้ลงมือปฏิบัติตามขั้นที่หนึ่งในที่ดินของตนเป็นระยะเวลาพอสมควรจนได้ผลแล้ว เกษตรกรก็จะพัฒนาตนเองจากขั้น "พออยู่พอกิน" ไปสู่ขั้น "พอมีอันจะกิน" เพื่อให้มีผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงควรที่จะต้องดำเนินการตามขั้นที่สองและขั้นที่สามต่อไปตามลำดับ