หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - ดื่มแล้วต้องไม่ขับ ถ้าจำเป็นต้องสังสรรค์ เรียกใช้ U Drink I Drive

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: mojitoarahika5 ที่ 29 ก.พ. 20, 13:53 น

ดื่มแล้วต้องไม่ขับ ถ้าจำเป็นต้องสังสรรค์ เรียกใช้ U Drink I Drive


กระทู้: ดื่มแล้วต้องไม่ขับ ถ้าจำเป็นต้องสังสรรค์ เรียกใช้ U Drink I Drive
เริ่มกระทู้โดย: mojitoarahika5 ที่ 29 ก.พ. 20, 13:53 น
U DRINK I DRIVE (ยูดริงก์ ไอไดรฟ์) คือ ธุรกิจให้บริการ “พนักงานขับรถ” คอยทำหน้าที่ขับ “รถของลูกค้า”กลับให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น

มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก อยู่ที่ “”นักดื่ม” ทั้งชาย-หญิง

สำหรับจุดเริ่มต้นของกิจการนี้ เกิดจากแนวคิดของผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นนักธุรกิจไฟแรง ที่ตระหนักตรงกันถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย

จึงเกิดแรงบันดาลใจที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิต หวังลดจำนวนอุบัติเหตุที่
เกิดขึ้นบนท้องถนน ที่จากสถิติพบว่าประเทศไทยนั้น มีอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก


คุณพีท – จิรายุ พิริยะเมธา หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง U DRINK I DRIVE  พกพาบุคลิกมั่นใจสไตล์คนรุ่นใหม่  มาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยอ่อนน้อมเป็นกันเอง เริ่มต้นว่า เจ้าของแนวคิดการทำธุรกิจในแบบ  U DRINK I DRIVE คือ คุณสิ – สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์ เพื่อนวัยไล่เลี่ยกันแต่ต่างสถาบัน โดยตัวเขานั้นจบการศึกษาปริญญาตรีด้านการบริหารเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ธุรกิจหลักของครอบครัว คือ การบริการรถลีมูซีนให้กับหน่วยงาน-องค์กรต่างๆ ภายใตต้ชื่อ บริษัท ลีมูซีน เอ็กซ์เพรส จำกัด

ส่วนคุณสิ เจ้าของไอเดียนั้น ช่วงศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นั้นได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับ “แผนธุรกิจบริการคนขับรถ” ออกไปรับนักท่องเที่ยวยามราตรีที่มักมีการดื่มแอลกอฮอลล์กันอยู่เป็นประจำ หวังช่วยลดอุบัติบนท้องถนน

หลังจากที่คุณสิ ทำงานวิจัยแล้วเสร็จ จึงนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกันในหมู่เพื่อน บอกถึงแม้จะไม่ใช่ความคิดใหม่ เพราะในต่างประเทศมีการทำกันมาบ้างแล้ว แต่เมืองไทยยังไม่มีใครทำ ก่อนชักชวนเขา ซึ่งที่บ้านมีธุรกิจลีมูซีนอยู่แล้วให้มาร่วมลงทุนร่วมกัน

ซึ่งช่วงเวลานั้น ราว 2 ปีก่อนหน้านี้ คุณพีท เรียนจบปริญญาตรีพอดี จึงอยากมีกิจการในแบบของตัวเอง ทั้งยังเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ “”อุดมการณ์”ของธุรกิจที่เสนอมา

“ก่อนจะเข้ามาร่วมลงทุน คิดว่าประเทศไทยควรมีธุรกิจแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะจากประสบการณ์ตรง  มีทั้งเพื่อนและคนรู้จัก ต้องเสียอนาคตเพราะเมาแล้วขับกันหลายราย บางคนถึงขั้นโดนไล่ออกจากงาน ต้องกลายเป็นคนตกงานอยู่นานกว่าจะหางานใหม่ได้”คุณพีท ย้อนจุดเริ่ม

และว่า ธุรกิจ U DRINK I DRIVE เปิดตัวมาได้ 3 ปีกว่าแล้ว ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นอยู่ 4 คน คือ  ตัวเขา  คุณสิรโสมย์ คุณอภินรา ศรีกาญจนา  และ คุณอัครเดช ประกิตสุวรรณ แบ่งหน้าที่กันไปตามความถนัด โดยตัวเขาเองนั้น ดูแลด้านการคัดเลือกพนักงานขับรถ และบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ เป็นหลัก


กระทู้: ดื่มแล้วต้องไม่ขับ ถ้าจำเป็นต้องสังสรรค์ เรียกใช้ U Drink I Drive
เริ่มกระทู้โดย: mojitoarahika5 ที่ 1 มี.ค. 20, 10:28 น


“ช่วงแรกดำเนินธุรกิจด้วยความยากลำบาก เพราะในเมืองไทยยังเป็นเรื่องใหม่  พอโฆษณาออกไป    คนเข้าใจว่าเรา คือ อูเบอร์ หรือ รถลีมูซีนที่เรียกรถไปส่งบ้าน แต่ไม่ใช่ เราคือบริการส่งพนักงานขับรถไปขับรถของลูกค้า เพื่อพากลับบ้านอย่างปลอดภัย

หลายคนสงสัยอีก  จะให้ใครมาขับรถ ปลอดภัย ไว้ใจได้หรือเปล่า รถของเขาราคาแพงจะไว้ใจได้อย่างไรว่าจะไม่ทำเสียหาย  แล้วขับรถของเขาเป็นหรือ พวกเราจึงต้องทำการบ้านกันอย่างหนักเพื่อทำให้ลูกค้ามั่นใจ”คุณพีท เล่ายิ้มๆ

 ผู้ร่วมก่อตั้ง U DRINK I DRIVE เล่าให้ฟังต่อว่า ช่วงเริ่มต้นเมื่อราว 2 ปีก่อน กิจการของพวกเขา มีพนักงานขับรถอยู่ 2 คน เป็นชาย 1 หญิง 1 เพราะยังหาลูกค้าแทบไม่ได้ การจะจ้างโชเฟอร์รอไว้หลายๆคน     คงเป็นการแบกค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น

“มีเสียงคัดค้านที่บั่นทอนจิตใจหลากหลาย พวกเขาบอกธุรกิจนี้ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ก่อนอธิบายเหตุผล ผับปิดพร้อมกันตอนตี 2 คนขับหนึ่งคนวิ่งได้อย่างมากรอบเดียว ส่วนค่าบริการสูงพอกับค่าเหล้า   ใครจะยอมจ่าย แถมใครไม่รู้มาขับให้ ปลอดภัยหรือเปล่า สรุปเจ๊งแน่นอน ทุกคนคิดอย่างนี้”คุณพีท เล่าประสบการณ์ในอดีต

แม้จะเป็นธุรกิจที่ไม่น่าไปได้สวยในสายตาใครหลายคน แต่หลังจากเปิดบริการได้ไม่ถึงปี ปรากฎผลตอบรับดีมาก มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยเดือนละกว่า 300-400  เที่ยว  ส่วนใหญ่เป็นการบอกต่อผ่านนการโพสต์ การแชร์ในโซเซียลมิเดีย

จนทำให้กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ทุกวันนี้  U DRINK I DRIVE มีพนักงานขับรถทั้งหมด 70 คน วิ่งให้บริการเดือนละกว่า  2,500 เที่ยว ธุรกิจมีอัตราการเติบโต 30 เปอร์เซ็นต์ และมีลูกค้าใช้บริการซ้ำไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

“ทุกวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง  แต่เป้าหมายยังอีกไกล เพราะดูจากตัวเลข 7 วัน อันตราย คนเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุยังไม่เคยลดลง จึงต้องทำงานกันต่ออีก เพื่อทำให้ตัวเลขนี้ลดลงอย่างจริงจัง แต่ต้องยอมรับยังมีคนไม่รู้จักหรือยังไม่กล้าใช้บริการของเราอีกเป็นจำนวนมาก”คุณพีทท บอกจริงจัง

เมื่อถามไถ่ถึงขั้นตอนการคัดเลือก “โชเฟอร์” ที่ต้องไปให้บริการลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับเอ ถึง เอบวกคุณพีท ซึ่งดูแลงานด้านนี้โดยตรง อธิบายว่า รับผู้ชายและผู้หญิง อายุระหว่าง 30-40 ปี เพราะมีวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสม  จากนั้นจึงให้ทำแบบทดสอบออนไลน์ วัดว่ามีความรู้ด้านเส้นทางมากน้อยขนาดไหน ถ้าได้คะแนนเกิน 60 เปอร์เซ็นต์  จะเรียกเข้ามาสัมภาษณ์

โดยบทสัมภาษณ์เป็นในเชิงจิตวิทยา เพื่อวัดว่าเป็นคนอย่างไร เพราะไม่ใช่แค่ต้องการคนเก่ง แต่ต้องการคนจิตใจดีด้วย เพราะต้องมั่นใจว่าเมื่อพวกเขาอยู่กับลูกค้าแล้วลูกค้าจะปลอดภัย

“ผมสัมภาษณ์พนักงานขับรถเองเป็นพันคนแล้ว  ซึ่งไม่ง่ายเลยในการคัดเข้ามา และเมื่อผ่านรอบสัมภาษณ์จะให้ลองขั้นตอนการทำงาน เป็นสถานการณ์จริงและสถานการ์สมมติ เสร็จแล้วจึงมีการสอนขับรถที่หลากหลายรุ่น แต่ละรุ่นมีเกียร์ที่แตกต่างกัน จากนั้นให้ลองขับ โดยมีสูตรให้ถอยจอดเข้าซองภายในครั้งเดียว จากนั้นถึงให้ไปวิ่งบนถนนจริง มีเส้นทางที่กำหนดไว้ และมีการประเมินคะแนนว่าขับรถเป็นอย่างไรบ้าง ตัดคะแนนที่เกรดเอเท่านั้น”คุณพีท บอกอย่างนั้น

เมื่อถามถึงอุปสรรคปัญหากว่าจะช่วยกันนำพาธุรกิจมาถึงวันนี้ คุณพีท นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนบอก การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นเรื่องยาก  หลายคนเคยเมาแล้วขับมาเป็นสิบปี อยู่มาวันหนึ่งจะให้เขามาเสียเงินกับการบริการโชเฟอร์ไปขับรถของเขาคงไม่ง่ายนัก  จึงต้องพยามยามแสดงให้เห็นว่า การใช้การบริการของเรามันสบายกว่า และผลดีที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่กับตัวคุณคนเดียว

“ เรื่องความเข้าใจและการเปิดใจของลูกค้าต้องใช้เวลา จึงค่อยๆทำไปในแบบของเรา แต่ยังดีที่มีสื่อให้ความสนใจบ้าง ประกอบกับลูกค้าที่ใช้บริการแล้วบอกต่อทำให้ฐานลูกค้าขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” คุณพีท บอก อย่างนั้น

ผู้บริหารหนุ่ม อธิบายเกี่ยวกับการใช้บริการ U DRINK I DRIVE  ให้ฟังว่า  มีแอพพลิเคชั่นทั้งในระบบไอโอเอส และ แอนดรอยด์ คล้ายการเรียกของรถของ “อูเบอร์”  โดยมีข้อมูลให้กรอกตอนสมัคร แต่ใครที่ไม่อยากโหลดแอพฯ สามารถเข้าทางเว็บไซต์ได้ ไปกรอกข้อมูลหน้าเว็บ

หรือลูกค้าที่ไม่ชอบเทคโนโลยีสามารถโทรศัพท์ผ่าน Call Center ได้ พนักงานขับรถจะไปถึงภายในประมาณครึ่งชั่วโมง แต่หากเป็นวันศุกร์-เสาร์ คนใช้บริการมีจำนวนมาก บางครั้งอาจเต็มบ้าง เพราะค่อนข้างคาดเดายากว่าแต่ละวันจะมีผู้ใช้บริการมากน้อยเท่าไหร่ แต่มีสูตรคำนวณจากประสบการณ์อยู่ว่า ความน่าจะเป็นของการใช้งานในแต่ละวันต้องใช้พนักงานเท่าไหร่ หากไม่พอจริงๆจะเรียกใช้พนักงานจากบริษัทลีมูซีน เอ็กซ์เพรสฯ มาช่วยเสริม

“ธุรกิจนี้ลงทุนหลายอย่าง แค่ระบบซอร์ฟแวร์ ก็หลักหลายล้านบาทแล้ว อีกทั้ง ออฟฟิศ คอลเซนเตอร์ เครื่องแต่งกาย การประกัน แต่เราคืนทุนตั้งแต่ปีแรกแล้ว และโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายซีเอสอาร์ของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายยี่ห้อ เพราะพวกเขาอยากตอบแทนสังคมบ้าง

นอกจากนั้นแล้วยังมีบริษัทใหญ่ อย่าง โตโยต้า ซัมซุง ฮอนด้า และ มูลนิธิเมาแล้วไม่ขับ มาทำงานร่วมกัน พวกเขาอยากส่งเสริมธุรกิจแบบนี้ให้แข็งแรง ต้องขอบคุณที่ทำให้เรามาไกลขนาดนี้”คุณพีท บอกจากใจริง

ก่อนฝากทิ้งท้ายว่า

“เคยคิดมาตั้งแต่เด็กว่าถ้าสามารถทำอะไรเพื่อสังคมได้คงเท่มากๆ และเชื่อว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องมีคุณค่าอะไรบางอย่างให้กับผู้บริโภค ถ้าทำสิ่งที่มีคุณค่าแล้ว เดี๋ยวเงินก็ตามมาเอง”

https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_54782